Latest posts

รัฐบาลเห็นความสำคัญของวิทยุกระจายเสียงมากขึ้น

Posted by on 12/18/2014 | Comments Off

ยุคแรกที่ประเทศไทยเริ่มกิจการวิทยุกระจายเสียงนั้น กรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นผู้ดำเนินงานมิได้มีการจัดรายการที่แน่นอน แต่เป็นไปในลักษณะการทดลองส่งกระจายเสียงซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงเพลงและเสียงพูดประกาศ เพื่อเป็นการทดสอบฟังคุณภาพเสียง ต่อมาในปี พ.ศ. 2474 การส่งกระจายเสียงได้เริ่มมีการประกาศข่าวสาร ประกาศโฆษณาของบริษัท ห้างร้าน กระทั่งในปี 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย สถานีวิทยุกระจายเสียงจึงได้จัดรายการให้ออกอากาศกระจายเสียงแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนไทยในรูปแบบการอ่านข่าวขึ้น เพื่อให้ประชาชนรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ไหนบ้าง ในปี พ.ศ. 2481 ได้โอนกิจการวิทยุกระจายเสียงมาสังกัดงานโฆษณาการ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมโฆษณาการและกรมประชาสัมพันธ์ตามลำดับ การจัดรายการเริ่มพัฒนาขึ้น แต่ก็ยังเป็นไปในรูปของการประกาศข่าว การใช้เพลงจากแผ่นเสียง โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รายการทางวิทยุกระจายเสียงจะเน้นในการเสนอข่าวมากขึ้น เมื่อสงครามโลกยุติลง การขยายตัวของวิทยุกระจายเสียงเพิ่มมากขึ้นจากสถานีเพียงสถานีเดียวคือ สถานีวิทยุกระจายเสียงสังกัดกรมโฆษณาการ

ต่อมารัฐบาลเห็นความสำคัญของวิทยุกระจายเสียงมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2492 ได้ขยายกิจการวิทยุกระจายเสียงกว้างขวางออกไป นักวิทยุกระจายเสียงตื่นตัวกันมากขึ้นได้มีการจัดรายการรูปแบบต่างๆ ขึ้น คือ มีการจัดรายการสารคดี การสัมภาษณ์ การสนทนา การตอบปัญหาและได้มีการนำรูปแบบการจัดรายการของต่างประเทศมาใช้ โดยเฉพาะสถานีของหน่วยราชการทหาร จัดรายการที่เน้นหนักไปทางเพลงและข่าวสาร การรณรงค์เพื่อความมั่นคงของชาติมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2495 จัดตั้งสถานีวิทยุ 1 ปณ. ขึ้นส่งกระจายเสียงเป็นประจำทุกวันพร้อมกัน 4 ขนาดคลื่น ทำให้ประชาชนเกือบทั่วทั้งประเทศสามารถรับฟังวิทยุกระจายเสียงได้ การจัดรายการในระยะนี้มีทั้งรายการเพลงจากแผ่นเสียง การนำบทความจากหนังสือมาอ่านเพื่อเผยแพร่ความรู้ การแสดงสดของวงดนตรีทั้งไทยและสากล รายการละครวิทยุและเริ่มมีการโฆษณาสินค้าบ้าง ในปี พ.ศ. 2497 ได้จัดตั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงในรูปแบบของการค้าและจดทะเบียนในรูปของบริษัทขึ้นใช้ชื่อว่า “สถานี ททท.” เป็นบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดำเนินกิจการด้านวิทยุโทรทัศน์ทางการค้า ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนเป็นองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ม.ท. การก่อตั้งสถานีวิทยุ ททท. ในสมัยนั้นได้นำความก้าวหน้ามาสู่วงการวิทยุกระจายเสียง ในด้านการจัดรายการมากขึ้น เพราะเริ่มมีการแข่งขันกันในด้านคุณภาพของรายการ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ฟังมากขึ้น ได้มีการนำรูปแบบรายการจากต่างประเทศมาประยุคมากขึ้น

ความรู้เบื้องต้นในการผลิตสื่อวิดีทัศน์และรายการโทรทัศน์

Posted by on 11/06/2014 | Comments Off

การผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ทำได้ 2 ลักษณะ คือ การผลิตเป็นรายการสด และการบันทึกเป็นเทปโทรทัศน์ไว้ก่อน ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากการบันทึกรายการลงในเทปโทรทัศน์สามารถผลิตรายการได้ง่ายกว่า และสามารถ แก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ก่อนนำไปออกรายการได้ ที่สำคัญคือเป็นการบันทึกภาพไว้ก่อน แล้วนำมาตัดต่อภายหลังเช่นเดียวกับการผลิตภาพยนตร์

รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ถือเป็นนวัตกรรมในเชิงระบบ ส่วนสื่อวิดีทัศน์เป็นนวัตกรรมในเชิงสื่อ หากมองภาพรวมโดยไม่นำเอากระบวนการออกอากาศ มาร่วมด้วยแล้ว ทั้งสื่อวิดีทัศน์เพื่อการศึกษาและรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา เมื่อดูที่ขั้นตอนภาพรวมแล้ว จะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับความละเอียดของกระบวนการผลิตในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การเรียนรู้เนื้อหาที่สมบูรณ์ ในบทเรียนนี้ จะได้เรียนรู้ถึงลักษณะ ความหมายของรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา และหลักการพัฒนาสื่อสื่อวิดีทัศน์เพื่อการศึกษา

 ประเภทของรายการโทรทัศน์
รายการโทรทัศน์ ถ้าจะจำแนกรูปลักษณ์การนำเสนอโดยละเอียดแล้ว สามารถจำแนกได้ 3 ประเภท
1.รายการโทรทัศน์เพื่อการค้า (Commercial Television : CTV)
เป็นรายการที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไป ซึ่งสถานีส่งโทรทัศน์ส่วนใหญ่ จัดได้ว่า เป็นโทรทัศน์เพื่อการค้า รายการที่นำเสนอก็เป็นด้าน บันเทิง และธุรกิจการค้า การโฆษณา
2.รายการโทรทัศน์การศึกษา (Education Television : ETV)
เป็นรายการที่นำเสนอเพื่อความรู้ทั่วๆ ไป เช่น ความรู้ทางวิชาการด้านต่าง ๆ ศาสนา ขนบประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งบางครั้งอาจจะมีการโฆษณาอยู่บ้างในกรณีที่มีผู้สนับสนุนรายการ
3.รายการโทรทัศน์การสอน (Instructional Television : ITV)
เป็นรายการทวี่นำเสนอ เพื่อการเรียนการสอนโดยตรง ทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน ซึ่งการแพร่สัญญาณ ก็อาจจะเป็นได้ทั้งระบบวงจรปิด (Close – Circuit Television) คือ ส่งสัญญาณตามสาย ไปยังเครื่องรับหลายๆ เครื่องในสถาบันการศึกษานั้น ๆ หรือเป็นระบบวงจรเปิด (Open – Circuit Television) ที่ส่งสัญญาณออกอากาศไปยังผู้รับไปสถานศึกษาที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ  ในลักษณะของการสอนทางไกล หรือการประชุมทางไกล (Video Conferencing) หรืออาจจะเป็นการออกอากาศ ตามตารางปกติในรายวิชาที่สอน เช่น มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ออกรายการ ETV ที่ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ หรือ รายการของกรมการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งใช้ไทยคม ออกอากาศ ETV ของศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา

Tags:

การตลาดและการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจดำเนินการออกอากาศและสื่อโฆษณา

Posted by on 10/14/2014 | Comments Off

การตลาดและการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจดำเนินการออกอากาศและสื่อโฆษณานั้นต้องมีนโยบายการตลาดดังต่อไปนี้

1. เพิ่มอัตราคนดูรวม เนื่องจากการวัดผลงานการจัดรายการของสถานีโทรทัศน์ จะสามารถพิจารณาได้จากอัตราคนดูในแต่ละช่วงเวลา สถานีจึงเน้นในการเลือกรายการที่มีคุณภาพและการจัดผังรายการให้เหมาะสม

2. เลือกสรรรายการที่มีคุณภาพ สถานีให้ความสนใจอย่างยิ่ง ในการคัดเลือกรายการที่จะนำมาแพร่ภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การร่วมกับผู้ผลิตรายการเลือกบทประพันธ์หรือภาพยนตร์ ผู้กำกับการแสดง ตัวดาราผู้แสดง ตลอดจนควบคุมคุณภาพของรายการโดยตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อให้รายการมีคุณภาพตามที่ต้องการและได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชมให้มากที่สุด

3. จัดผังรายการให้เหมาะสม เพื่อให้มีความเหมาะกับกลุ่มผู้ชมในแต่ละช่วงเวลาและหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ ทั้งนี้ สถานีจัดได้ว่าเป็นผู้นำของการจัดผังรายการภายในกลุ่มผู้ประกอบการโทรทัศน์ด้วยกัน โดยมีการปรับเปลี่ยนผังรายการของสถานีไปเรื่อย ๆ ตามสมัยนิยม

4. ควบคุมคุณภาพของรายการ โดยเฉพาะรายการประเภทละคร สถานีมีนโยบายที่จะต้องผลิตให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะเริ่มแพร่ภาพ เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างสมบูรณ์มากที่สุดโดยไม่ต้องรีบเร่ง เสี่ยงกับการที่จะถ่ายทำไม่ทันกับการแพร่ภาพ และสถานีจะไม่พยายามยืดเนื้อหาของรายการกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อไม่ให้เกิดความเยิ่นเย้อ และก่อให้เกิดความไม่น่าสนใจขึ้น นอกจากนี้จะพยายามเลือกผู้ผลิตรายการให้เหมาะสมกับประเภทของละคร หรือเรื่องที่จะทำการผลิตทั้งนี้ เพราะผู้ผลิตรายการนั้นจะมีความถนัดที่แตกต่างกันไป เพื่อให้คุณภาพของละครมีความสมบูรณ์มากที่สุด

5. ครอบคลุมพื้นที่ถ่ายทอดให้ทั่วประเทศไทย สถานีได้ทำการขยายพื้นที่การแพร่ภาพของสถานีเรื่อย ๆ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ของการรับชมให้มากที่สุด ทั้งในบริเวณที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา หรือพื้นที่ที่รับสัญญาณได้ไม่ดีนัก ซึ่งจะทำให้การแพร่ภาพเข้าถึงคนไทยได้ทั่วทั้งประเทศพร้อมๆ กัน ในปัจจุบัน บริษัทจัดได้ว่าสามารถแพร่ภาพผ่านทางสถานีเครือข่ายจำนวน 32 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ และสามารถเข้าถึงประชาชนได้ถึงกว่าร้อยละ 96 ของประชาชนทั่วประเทศ

6. ปรับปรุงคุณภาพของสัญญาณ สถานีพยายามอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงระบบการรับและส่งสัญญาณภาพ เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมรายการของสถานีได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังจะเห็นได้จากการที่สถานีได้ลงทุนในการปรับปรุงระบบสายอากาศของสถานีตามจังหวัดต่างๆอย่างต่อเนื่องมาตลอด โดยมุ่งที่จะทำให้ระบบการรับและส่งสัญญาณภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Tags:

การผลิตภาพยนตร์ 3 มิติมีการทำงานอย่างไร

Posted by on 09/30/2014 | Comments Off

การผลิตภาพยนตร์สามมิติได้รับความนิยมอย่างมากในเวลานี้ รวมทั้งทั่วโลกยังให้ความสนใจ เพราะมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จสูง เช่น Avatar ที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสโลกเสมือนจริงเหมือนเป็นตัวละครตัวนั้น โดยจริงๆแล้วเทคโนโลยี 3 มิติ มีมานานพอสมควรแล้ว ในยุคแรกๆเราจะเรียกการแยกภาพ 3D แบบดั้งเดิมว่า แว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน ที่เป็นการซ้อนภาพสองภาพซ้อนลงไปในเฟรมเดียวกัน แต่มีข้อเสียคือทำให้ภาพสีไม่สด แต่มีข้อดีตรงราคาถูก

หลักการทำงานแสดงภาพ 3 มิติ เป็นที่ต้องยอมรับกันว่ามาแรงพอสมควร ถ้ามองจากวงการไอทีเราจะเห็นว่าผู้ผลิตทีวีหลายๆราย เปิดตัวทีวี 3 มิติกันอย่างพร้อมเพียงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งผู้ผลิตภาพยนตร์เริ่มนำเสนอภาพยนตร์ที่เป็น 3 มิติ กันมากขึ้น ในที่นี้เรามาเรียนรู้หลักการทำงานและการผลิตภาพยนตร์ 3 มิติกันเถอะ

Anaglyph(แว่นตาน้ำเงิน/แดง)

เป็นที่ทราบกันดีว่าเทคโนโลยี 3 มิติ นั้นมีมานานตั้งแต่สมัยอดีตแล้ว ซึ่งในยุคนั้นจะให้เป็นแว่นตาสีแดง-น้ำเงิน เพื่อทำให้เราสามารถชมภาพยนตร์ 3 มิติ ได้ โดยมีหลักการทำงาน คือ ซ้อนภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยทั้งสองภาพจะมีสีที่แตกต่างกันและซ้อนภาพเหลื่อมกันเล็กน้อย แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจจะทำให้เบลอได้ ดังนั้นจึงต้องมีแว่นตาในการกรองภาพให้ออกมาเป็น 3 มิติ

Polarized 3-D Glasses

เป็นการทำงานของภาพ 3 มิติที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ภาพยนตร์ต่างๆก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมไปถึงโรงภาพยนตร์ด้วย การทำงานจะคล้ายกับ Anaglyph โดยแสดงภาพลงมาในเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช้สีเป็นฟิลเตอร์ แต่ใช้เป็นการวางช่องของภาพ ใช้หลักการตาซ้ายและตาขวามองเห็นภาพที่ไม่เหมือนกัน ทำให้มองเห็นออกมาเป็นสามมิติจากการสั่งการของสมอง และการทำงานแบบนี้ราคาจะไม่สูงมาก

ในต่างประเทศเริ่มส่งเสริมให้มีการผลิตภาพยนตร์ 3 มิติมากขึ้น เพราะในอนาคตภาพยนตร์รูปแบบนี้จะสร้างรายได้อย่างมหาศาลแน่นอน ดังนั้นภาพยนตร์ไทยและละครไทยควรใช้โอกาสในการทำการตลาดด้านภาพยนตร์ 3 มิติได้แล้ว อีกทั้งละครไทยยังเป็นที่ยอมรับในหมู่ผู้บริโภคชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวจีน แต่อย่างไรก็ตามควรศึกษากลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้วย

Tags: ,

ระบบทีวีดิจิตอลส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ

Posted by on 08/28/2014 | Comments Off

การเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลจะก่อให้เกิดแนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจ

คือ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์มีช่องทางผลิตรายการป้อนสู่ช่องฟรีทีวีมากขึ้น การแข่งขันด้านคุณภาพของเนื้อหารายการโทรทัศน์ และนำเสนอความแตกต่างและแปลกใหม่เพื่อดึงดูดสายตาผู้ชม ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตรายการโทรทัศน์ เช่น ให้เช่าอุปกรณ์การถ่ายทำ ให้เช่าสตูดิโอ ให้เช่าชุดนักแสดง งานเทคนิคพิเศษ และงานตัดต่อ จะได้รับอานิสงส์ในการรับจ้างช่วงต่อ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ชมที่เข้าสู่รูปแบบการชมโทรทัศน์พร้อมกับการใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ท ต้นทุนในการผลิตรายการโทรทัศน์ที่อยู่ในระดับสูง การสรรหาและผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อให้เพียงพอสำหรับการถ่ายทอดไปยังผู้ชม

การส่งสัญญาณในรูปแบบดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพ สามารถลดปัญหาคลื่นรบกวนสัญญาณภาพและเสียง นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีระบบดิจิตอลจะสามารถรองรับการให้บริการประยุกต์ในรูปแบบต่างๆในอนาคตได้ และยังเป็นการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่วิทยุให้สูงขึ้น เพราะหนึ่งคลื่นความถี่วิทยุ ระบบดิจิตอลจะสามารถออกอากาศช่องรายการโทรทัศน์ได้ถึง 8 – 25 ช่องรายการ ในขณะที่ระบบอะนาล็อกสามารถออกอากาศได้เพียงหนึ่งช่องรายการเท่านั้น จึงทำให้ทีวีดิจิตอลสามารถมีช่องได้มากถึง 48 ช่อง โดยแบ่งออกเป็นช่องบริการสาธารณะ 12 ช่อง ช่องบริการชุมชน 12 ช่อง และช่องบริการกลุ่มธุรกิจ 24 ช่อง

ความบันเทิงที่มีต้นทุนถูกที่สุดอย่างหนึ่งมาหลายทศวรรษแล้ว

และเป็นสื่อที่เข้าถึงคนเป็นวงกว้างและหลากหลาย ทำให้ทีวียังคงเป็นช่องทางหลักในการทำตลาดด้านโฆษณา โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องการเข้าถึงมวลชนจำนวน อย่างเช่นสินค้าอุปโภคบริโภค เรตติ้งของผู้ชมรายการทีวีแม้จะเป็นตัวแปรที่สำคัญ แต่เห็นได้บ่อยๆ ว่าการวัดเรตติ้งในยุคสมัยใหม่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ อย่างไรก็ดีผู้ชนะในธุรกิจนี้ไม่มักค่อยยั่งยืน เนื่องจากเป็นสื่อที่ตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีกลไกปกป้องความได้เปรียบ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบทีวีดิจิตอลได้เปิดโอกาสให้กลุ่ม SME ในส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีงานเข้ามามากขึ้น ดังนั้น SME ที่กำลังมองหาลู่ทางเพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีวีดิจิตอลนั้น ควรต้องเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลในการเข้าไปเจรจากับทางผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทันกับเวลาของการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลอย่างสมบูรณ์ในเร็วๆนี้ เพราะกระแสทีวีดิจิตอลที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ทำให้หลายฝ่ายเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของความหลากหลายของช่องรายการ และโอกาสในด้านธุรกิจโดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจ SME ซึ่งสถาบันต่างๆได้ประเมินว่าน่าจะได้รับปัจจัยที่เป็นไปทางด้านบวก

Tags: , ,

Powered by Wordpress and Stripes Theme Entries (RSS) | Comments (RSS)